ตู้อบลมร้อนใช้ไม่ยาก แต่คนที่เพิ่งได้เครื่องมาใหม่มักเจอปัญหาเดิม ๆ คือของแห้งไม่เท่ากัน ของแห้งช้ากว่าที่คิด หรือของเปลี่ยนสีจนขายไม่ได้ ปัญหาเหล่านี้เกือบทั้งหมดไม่ได้เกิดจากเครื่อง แต่เกิดจากการเตรียมวัตถุดิบ การวางถาด และการตั้งอุณหภูมิ บทความนี้เป็นคู่มือใช้งานตั้งแต่วันแรกจนถึงตารางแก้ปัญหาที่พบบ่อย

รู้จักส่วนประกอบก่อน
- แผงควบคุมดิจิทัล ตั้งอุณหภูมิและตั้งเวลา กดปุ่มเดียวเริ่มงาน มีปุ่มเปิดปิดและปุ่มสั่งหมุนถาดในรุ่นถาดหมุน
- ห้องอบและถาด ถาดตะแกรงสแตนเลสถอดออกล้างได้ รุ่นถาดหมุนใช้ถาดกลมที่หมุนรอบตัวขณะอบ รุ่นใหญ่ใช้ถาดสี่เหลี่ยมวางบนรถเข็น
- ซีลยางซิลิโคนรอบประตู ทนความร้อน ทำหน้าที่กันความร้อนรั่วเพื่อให้อุณหภูมิในตู้นิ่ง
- ช่องระบายอากาศด้านบน ปรับเปิดปิดได้ ใช้ปล่อยไอน้ำที่ระเหยออกจากวัตถุดิบ เป็นชิ้นส่วนที่คนใช้ใหม่มองข้ามบ่อยที่สุด
- ล้อหมุนรอบตัว ในรุ่นถาดหมุน ใช้เข็นย้ายจุดได้ ควรล็อกล้อเมื่อตั้งใช้งาน


ติดตั้งและตรวจก่อนใช้ครั้งแรก
- วางตู้บนพื้นเรียบและแข็งแรง เว้นระยะห่างจากผนังอย่างน้อยหนึ่งฝ่ามือรอบตัวเพื่อระบายความร้อน
- ตรวจไฟหน้างาน รุ่นถาดหมุนใช้ไฟบ้าน 220 โวลต์ รุ่น 4,000 ถึง 5,000 วัตต์ควรมีเบรกเกอร์แยกและสายไฟที่รับกระแสได้พอ ห้ามใช้ปลั๊กพ่วง ส่วนรุ่นลมร้อนหมุนเวียนต้องต่อไฟ 380 โวลต์สามเฟสโดยช่างไฟ
- ล้างถาดสแตนเลสด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ แล้วเช็ดให้แห้งก่อนใช้ครั้งแรก
- เดินเครื่องเปล่าที่อุณหภูมิประมาณ 100 องศาเซลเซียสสัก 30 นาที เพื่อไล่กลิ่นน้ำมันจากกระบวนการผลิต เปิดช่องระบายอากาศไว้ระหว่างนี้
- ตรวจว่าประตูปิดสนิทและซีลยางแนบเรียบทั้งเส้น
เตรียมวัตถุดิบให้ถูก
- ล้างและสะเด็ดน้ำให้หมดก่อน น้ำที่ติดผิวเป็นน้ำที่ตู้ต้องไล่ออกเปล่า ๆ ทำให้เปลืองเวลาและค่าไฟ
- หั่นให้หนาเท่ากันทั้งถาด ชิ้นหนาบางไม่เท่ากันจะแห้งไม่พร้อมกัน ชิ้นบางจะไหม้ก่อนที่ชิ้นหนาจะแห้ง
- ผลไม้ที่คล้ำง่าย เช่น กล้วยและแอปเปิล จุ่มน้ำมะนาวเจือจางสักครู่ก่อนอบจะช่วยรักษาสี
- ผักบางชนิด ลวกน้ำร้อนเร็ว ๆ ก่อนอบจะช่วยให้สีสวยและอบเร็วขึ้น
- ของที่มีน้ำมันมาก เช่น ถั่วและงา ให้อบที่อุณหภูมิต่ำและเฝ้าดูใกล้ชิด เพราะน้ำมันทำให้ไหม้ง่ายกว่าที่คิด

วางถาดอย่างไรให้ลมวิ่งได้
- วางเรียงชั้นเดียว อย่ากองซ้อน ของที่ทับกันจะแห้งเฉพาะด้านนอกและอมความชื้นไว้ข้างใน
- เว้นช่องว่างระหว่างชิ้นให้ลมผ่านได้ อย่าวางชิดขอบถาดจนปิดทางลมทั้งแถว
- อย่าใส่ถาดจนเต็มทุกชั้นในรอบแรกที่ยังไม่รู้สูตร ลองครึ่งตู้ก่อนแล้วจดผลไว้
- ถ้าอบของหลายชนิดพร้อมกัน ให้เลือกของที่ใช้อุณหภูมิและเวลาใกล้เคียงกัน และแยกของกลิ่นแรงออกจากของกลิ่นอ่อน
- ในรุ่นใหญ่ที่ใช้รถเข็น จัดของบนรถเข็นให้เสร็จนอกตู้ก่อนแล้วค่อยเข็นเข้า จะได้ไม่ต้องเปิดประตูนาน

ตั้งอุณหภูมิและเวลา
ตู้กลุ่มนี้ทำอุณหภูมิได้ไม่เกิน 150 องศาเซลเซียส งานอบแห้งส่วนใหญ่ใช้ช่วง 40 ถึง 80 องศาเท่านั้น หลักการง่าย ๆ คือของที่กลัวสีเปลี่ยนหรือกลิ่นหายให้ใช้อุณหภูมิต่ำแล้วอบนานขึ้น ดีกว่าเร่งอุณหภูมิสูงเพื่อให้เร็ว
- ดอกไม้ ใบชา สมุนไพรที่ต้องรักษากลิ่น ใช้อุณหภูมิต่ำ อบนาน ระวังกลิ่นหอมระเหยหายถ้าเร่งความร้อน
- ผักและผลไม้สไลซ์ ใช้อุณหภูมิปานกลาง ช่วงแรกเปิดช่องระบายไอกว้าง ๆ
- ธัญพืชและถั่วที่ต้องไล่ความชื้นก่อนบด ใช้อุณหภูมิปานกลางและเวลาสั้นกว่า เพราะเป้าหมายคือไล่ความชื้นผิว ไม่ใช่ทำให้แห้งสนิท
- ชิ้นงานอุตสาหกรรมและงานอบเร่งอายุ ให้ยึดตามสเปกของงานนั้น ๆ และใช้ช่องระบายอากาศช่วยไล่ไอที่ระเหยออกมา
เทคนิคที่ได้ผลกับทุกวัตถุดิบคือ ชั่งน้ำหนักก่อนอบและหลังอบทุกล็อต แล้วจดคู่กับอุณหภูมิและเวลาไว้ อบไปสักสิบล็อตจะได้ตารางสูตรของตัวเองที่ทำซ้ำได้แม่นกว่าสูตรจากอินเทอร์เน็ต เพราะวัตถุดิบของแต่ละที่ความชื้นไม่เท่ากัน

ช่องระบายไอ เรื่องเล็กที่ทำให้ของไม่แห้ง
ในช่วงแรกของการอบ วัตถุดิบจะคายไอน้ำออกมามาก ถ้าปิดช่องระบายอากาศไว้ ไอน้ำจะวนอยู่ในตู้จนอากาศข้างในอิ่มตัว แล้วของจะไม่ยอมแห้งต่อไม่ว่าจะเพิ่มอุณหภูมิแค่ไหน วิธีที่ถูกคือ
- ช่วงแรกที่ของยังชื้นมาก เปิดช่องระบายไอไว้กว้าง
- เมื่อของเริ่มหมาดแล้ว ค่อยหรี่ช่องลงเพื่อประหยัดความร้อน
- ถ้าเห็นหยดน้ำเกาะที่กระจกประตูตลอดเวลา แปลว่าไอออกไม่ทัน ให้เปิดช่องเพิ่ม
อบเสร็จแล้วทำอะไรต่อ
- อย่าบรรจุตอนร้อน ให้พักของจนอุ่นหรือเย็นก่อน ถ้าบรรจุตอนร้อนจะเกิดไอน้ำในถุงและของจะชื้นกลับจนขึ้นรา
- ทดสอบความแห้งด้วยการหักหรือบีบ ของที่แห้งพอจะหักเปาะหรือไม่คืนตัว ถ้ายังนิ่มหนึบให้อบต่อ
- เก็บในถุงหรือภาชนะที่ปิดสนิท มีซองกันชื้นถ้าจะเก็บนาน
- จดน้ำหนักหลังอบไว้ทุกล็อต จะได้รู้ว่าล็อตไหนแห้งเกินหรือแห้งไม่พอ

ทำความสะอาดและดูแลรักษา
- ถอดปลั๊กและรอให้ตู้เย็นก่อนทำความสะอาดทุกครั้ง
- ถาดสแตนเลสถอดล้างน้ำได้ ใช้น้ำยาล้างจานอ่อน ๆ และเช็ดให้แห้งก่อนใส่กลับ
- ตัวตู้และแผงควบคุมใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ด ห้ามฉีดน้ำเข้าเครื่องและห้ามล้างด้วยสายยาง
- เช็ดซีลยางรอบประตูให้สะอาดทุกสัปดาห์ ถ้าซีลแข็ง แตก หรือแบนถาวรให้เปลี่ยน เพราะประตูปิดไม่สนิททำให้อุณหภูมิไม่นิ่งและกินไฟขึ้น
- อย่าให้เศษวัตถุดิบอุดช่องระบายอากาศ
- ก่อนสลับวัตถุดิบกลิ่นแรงกับกลิ่นอ่อน ให้ล้างถาดและเดินเครื่องเปล่าไล่กลิ่นสักรอบ
- ถ้าไม่ได้ใช้นาน ให้เดินเครื่องเปล่าสั้น ๆ เดือนละครั้งเพื่อไล่ความชื้นที่สะสมในห้องอบ

ตารางแก้ปัญหาที่พบบ่อย
| อาการ | สาเหตุที่พบบ่อย | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| ของแห้งไม่เท่ากันในถาดเดียวกัน | วางซ้อนหรืออัดแน่นจนลมวิ่งไม่ได้ หรือหั่นหนาบางไม่เท่ากัน | วางเรียงชั้นเดียว เว้นช่องให้ลมผ่าน และหั่นให้หนาเท่ากัน |
| ถาดบนแห้งก่อนถาดล่างมาก (รุ่นถาดไม่หมุน) | ลมร้อนลอยขึ้นข้างบนตามธรรมชาติ | ในรุ่นถาดหมุนไม่ควรเกิด ถ้าเกิดให้ตรวจว่ากลไกหมุนทำงานอยู่หรือไม่ |
| อบนานแล้วยังไม่แห้ง | ปิดช่องระบายไอ ทำให้ไอวนอยู่ในตู้ หรือใส่ของแน่นเกินไป | เปิดช่องระบายไอกว้างขึ้นในช่วงแรก และลดปริมาณของต่อรอบ |
| มีหยดน้ำเกาะที่กระจกตลอดเวลา | ไอน้ำออกไม่ทัน | เปิดช่องระบายอากาศเพิ่ม และตรวจว่าห้องที่ตั้งตู้ระบายอากาศได้ |
| ของเปลี่ยนสีหรือกลิ่นหาย | ตั้งอุณหภูมิสูงเกินไปเพื่อเร่งเวลา | ลดอุณหภูมิลงแล้วอบนานขึ้น โดยเฉพาะดอกไม้ ใบชา และสมุนไพรหอม |
| ของแห้งแล้วชื้นกลับหลังบรรจุ | บรรจุตอนยังร้อน หรือแห้งไม่พอจริง | พักให้เย็นก่อนบรรจุ และทดสอบความแห้งด้วยการหักหรือบีบก่อนเก็บ |
| อุณหภูมิไม่นิ่ง ค่าแกว่ง | ซีลประตูเสื่อมหรือประตูปิดไม่สนิท | ตรวจและเปลี่ยนซีลยาง ตรวจบานพับและตัวล็อกประตู |
| เครื่องไม่ทำงานหรือเบรกเกอร์ตัด | กระแสไฟไม่พอ ใช้ปลั๊กพ่วง หรือสายไฟเล็กเกินไปในรุ่นกำลังสูง | เดินสายไฟเฉพาะและใช้เบรกเกอร์แยกให้เหมาะกับกำลังของเครื่อง ให้ช่างไฟตรวจ |
| มีกลิ่นวัตถุดิบเดิมติดของรอบใหม่ | ไม่ได้ล้างถาดหลังอบของกลิ่นแรง | ล้างถาดและเดินเครื่องเปล่าไล่กลิ่นก่อนสลับวัตถุดิบ |
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย
- ตัวตู้และถาดร้อนมากขณะทำงาน ใช้ถุงมือกันความร้อนทุกครั้งที่หยิบถาด
- ห้ามใส่ของเหลว ของที่มีแอลกอฮอล์ หรือของที่ติดไฟง่ายเข้าไปในตู้
- อย่าปล่อยเครื่องทำงานทิ้งไว้ข้ามคืนโดยไม่มีคนอยู่ในสถานที่ ถ้าจำเป็นต้องอบยาวควรมีระบบตัดไฟและสัญญาณเตือน
- อย่าวางของหรือผ้าปิดช่องระบายอากาศด้านบน
- รุ่นลมร้อนหมุนเวียนมีน้ำหนัก 350 กิโลกรัมถึง 2.8 ตัน การเคลื่อนย้ายต้องใช้รถยกและทำโดยผู้ที่ผ่านการอบรม
สรุป
ตู้อบลมร้อนให้ผลดีเมื่อสามอย่างครบ คืออุณหภูมิที่เหมาะกับวัตถุดิบ ลมที่วิ่งผ่านของได้ทั่ว และไอน้ำที่มีทางออก ถ้าจดสูตรของตัวเองไว้ทุกล็อต ไม่นานจะอบได้ผลเหมือนเดิมทุกครั้งโดยไม่ต้องเดา
ดูรุ่นและสเปกทั้งหมดได้ที่ หน้าสินค้าตู้อบลมร้อน หรือสอบถามการใช้งานได้ที่ LINE @PYCM โทร 02-114-7416 ต่อ 2

สนใจติดต่อสอบถามได้เลยครับ
ขายส่งกระปุกครีมhttps://www.facebook.com/6001ok
LINE id :
@Dbale118 (มี@ค่ะ)// ตอบเร็วตอบไว @Dbale6001ok (มี@นะค่ะ) // official ไลน์หลัก
@dbale.com (มี@นะค่ะ) //0832642160
@dbale.com2(มี@นะค่ะ) //0848594358
@dbale.com6 (มี@นะค่ะ) //0899632607
https://line.me/ti/p/~@dbale6001ok
https://line.me/ti/p/~@dbale.com
https://line.me/ti/p/~@dbale118.com

